วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2559

Itemเด็ดที่ชอบและต้องใช้ต่อในปีนี้

สวัสดีค่ะสาวๆ  วันนี้มารีวิวสั้นๆ บอกต่อItem เด็ดๆที่ใช้ในปีที่แล้ว จริงๆมีเยอะกว่านี้อีก แต่ขอคัดมาเฉพาะตัวที่คิดว่าใช้บ่อย และขาดไม่ได้จริงๆ  มีรวมทั้ง Skin care และ Cosmetics รวมถึงอุปกรณ์ในการแต่งหน้า  เผื่อสาวๆที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์และอยากลองใหม่ๆ   เอาไว้เป็นตัวช่วยการตัดสินใจนะคะ 

ตัวแรกค่ะ Aveeno Moisturizer ตัวนี้สั่งซื้อมาจากเวป iHurb เป็นเนื้อโลชั่นบางเบา และมีกันแดด SPF 15  ที่ชอบเพราะเนื้อโลชั่นบางเบา แต่ให้ความชุ่มชื่น ไม่มีสีไม่มีกลิ่น สำหรับวันที่ไม่อยากให้หน้าเหนอะหนะ หรือวันที่อากาศร้อน ใช้แล้วไม่ผื่นไม่แพ้ไม่คัน และรู้สึกไม่อึดอัด แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องปรับสีผิวใดๆทั้งนั้น แค่ช่วยให้ผิวชุ่มไม่แห้งกร้านค่ะ  




การจะแต่งหน้าให้เนียนนั้นต้องเริ่มมากจากการมีผิวที่ดีค่ะ จขกท ใช้ สกินแคร์ที่ใช้ ตัวนี้เริ่มใช้ปีที่แล้ว เริ่มแรกแบรนด์ส่งมาให้ลอง และตอนนี้ใช้ติดต่อมา 3เซ็ทแล้ว 

Mese 8 Gem complex Multi Result Serum ตัวนี้ใช้แล้วช่วยให้ผิวสว่างกระจ่างใสขึ้น และไม่ทิ้งความมันบนใบหน้า ไม่ทำให้หน้ามันระหว่างวันและไม่เพิ่มภาระให้แมคอัพดูหนาเยิ้มด้วยค่ะ 
มาดูอีกตัวค่ะ เป็น Mese 8 grms complex muti result cream มาดูเนื้อครีมนะคะ ครีมเนื้อนุ่มละเอียด เวลาทาลงไปที่ผิวจะเห็นได้ถึงความวาวและมีเกล็ดอัญมณีละเอียด ช่วยให้ผิวแวววาว และดีมากๆเลยสำหรับพื้นฐานขอการแต่งหน้าขั้นตอนต่อไป


สำหรับตัวนี้ ซื้อมาจากญี่ปุ่น ในร้านขายยา  Pure Beau Essence เป็นน้ำใสๆ ไม่เชิงมันแต่ทาลงบนผิวและรู้สึกว่าลื่นๆ และไม่แห้งไม่มัน เหมาะกำลังดีสำหรับอากาสบ้านเรา ถามว่าช่วยอะไรมั้ย ก็เหมือนเดิมค่ะ จขกท ไม่ชอบให้ผิวแห้งตึง เลยชอบเป็นพิเศษสำหรับสกินแคร์ที่ช่วยให้ผิวชุ่มฉ่ำแต่ไม่มัน เพราะเป็นคนที่เหงื่อออกง่าย เลยไม่ชอบครีมที่หนาๆ สกินแคร์ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเน้นความชุ่ม และไม่เน้นเปลี่ยนสีผิวให้ขาว เลยใช้แต่ผลิตภัณฑ์พวกนี้ 

ต่อมาค่ะ สำหรับผิวกาย จขกท ใช้ Bio Oil อ่านคุณสมบัติ หลายๆสำนักการันตีเรื่องช่วยป้องกันเรื่องผิวแตกลายสำหรับคนตั้งครรภ์และคนที่กำลังลดน้ำหนัก แต่ จขกท ชอบใช้เพราะ Bio Oil เวลาทาลงบนผิวจะไม่เหมือนกับการชะโลมน้ำมันอื่นๆ เพราะไม่ทิ้งความมันและความร้อนระอุ หลังโดนแดด   เวลาทาลงบนผิวสำหรับคนผิวเข้มแบบ จขกท ทำให้ผิวแววโกลว เรืองแสง แต่ไม่มันแผลบ คือรักเลย 
ก้าวผ่านมาถึงงานMakeup กันนะคะ งานนี้ตัดสินใจคัดเลือกยากจริงๆ เพราะได้ลองเยอะมากๆ เป็นบางช่วงบางอารมณ์คิดว่าชอบตัวใดตัวนึงมากๆ แต่สำหรับรองพื้นMakeup Forver HD สี 153  ตัวนี้ ใช้จริงๆมาหลายปี หลายขวดแล้ว ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนแม้ว่าได้ลองหลากหลายยี่ห้อมาแล้ว แต่ตัวนี้ก็ยังคงครองใจ
ที่ชอบเพราะเนื้อรองพื้นบาง แต่ปกปิดริ้วรอยกระและฝ้าได้  แต่งหน้าออกมาให้งานผิวที่ดี เนียนกริบแต่ไม่หนาเป็นหน้าเค๊ก  แนะนำให้เพื่อนๆหลายๆคน ทุกคนชอบและไม่ผิดหวังเลยค่ะ ที่สำคัญสีเป๊ะมาก ตรงกับผิวคล้ำโทนเหลือง 

มาถึงตัวนี้ค่ะ  หากวันใดวันนึงไม่มีเวลาจริงๆ แบบว่ารีบมาก ขอคว้า กิฟฟารีน เป็นรองพื้นแบบแท่ง แต่ จขกท นำมาใช้ทำคอนซีลอเลอร์ เพราะว่าเนื้อครีมหนาแน่น คือปาดที่รอยฝ้ากระ หรือรอยแผลสิว ใช้นิ้วเกลี่ยๆตบๆ จะทาแป้งทับหรือไม่ทาก็ได้ เพราะเนื้อแห้งทันที่ทา  ตัวนี้สาบานเลยจะไม่เลิกซื้อเด็ดขาด 

มาถึงคอนซีลเลอร์จริงๆจังๆกันบ้าง ยกให้ Mac ค่ะ  เพราะเนื้อแน่น ปกปิดดีเยี่ยมสนิท ที่ชอบพาเลตนี้เพราะเขารวมกันทุกเฉดสีที่ใช้ได้จริง ตั้งแต่สีอ่อนไว้เฉดใต้ตาและใต้โหนกคิ้ว  รวมไปถึงสีเข้มที่ปกปิดริ้วรอยไม่พึงประสงค์  และ1800 ตกแล้วสีละ 300 สำหรับยี่ห้อMac คือเกินจากคำว่าคุ้ม และใช้ไปถึงชาติหน้าไม่รู้จะหมดมั้ย 


มาถึงเฉดดิ้งที่ใช้จริงใช้จัง NYC ค่ะ  ราคา180บาท ที่ชอบเพราะสีไม้ส้ม ไม่แดง ออกสีน้ำตาลพอเหมาะกับสีผิวสุดๆ  ไว้ไล้ดั้งเบาๆ ขึ้นโครงเงาบนใบหน้าได้ เงามิติที่ดูไม้หลอกตาเป็นปื้น  รักๆๆ


งานตาค่ะ  อาชาโด้ที่ใช้ได้จริงจัง สำหรับคนอย่าง จขกท ที่แต่งหน้าทีไรก็น้ำตาลทอง คัดเบ้าดำ นี่เลยค่ะ Too Face Cat eyes มีสีทอง น้ำตาล และดำ รวมไปถึงสีขาวมุกสว่างไว้ฟาดหัวตา คือมีพาเลตนี้อันเดียวจบ ไปใหนก้ได้ ไม่แตกง่ายด้วย 

Eye Primer ค่ะ ยี่ห้อ Prestige ราคา 300 นิดๆ แต่หลอดใหญ่ ใช้ไปเหอะ เพราะเวลาใช้จริงๆ หยดเล็กกว่าเม็ดถั่วเขียว เตะๆลงไปบนเปลือกตา พอลงอายชาโด้เท่านั้นแหละ ทรงพลังมากๆค่ะ ไม่ว่าอายชาโด้ยี่ห้อใหน หากใช้จัวนี้ลงก่อน สีชัดและไม่เยิ้มไม่ไหลระหว่างวัน  อยากให้ลองมากๆค่ะ  ขออณุญาตเทียบกับ ยี่ห้อดังๆที่เคยลองมา สู้ตัวนี้ไมได้ค่ะ 


มาสคาร่า Lancome Grandiose smudgproof ตัวนี้ราคาแรงนิดนึง แต่ที่ชอบเพราะปัดแล้วนตายาวเป็นแพ แต่ไม่เกาะตัวเป็นขายุง และไม่เลอะไม่เปื้อน ต่อให้รองไห้ไม่ไม่ไหลเป็นสีดำเหมือนใน MV แน่นอนค่ะ  กระโดดลงน้ำก็ไม่ไหล แต่หลุดมาเป็นเส้นหากเอานิ้วไปลูบออก  จขกท ชอบเพราะล้างออกง่าย ไม่ทำให้ขอบตาดำ ไม่ระคายเคือง ไม่เปลืองเวลาล้างทำความสะอาด 


มาถึงแปรง เอาจริงๆขาดไม่ได้หลายชิ้นเลย กัดฟันเลือกมา เริ่มจากทางซ้ายมาขวานะคะ 
ตัวแรก Real Techniques จำชื่อรุ่นไม่ได้เพราะซื้อมาพร้อมกันเป็นแซท  ตัวนี้ลงรองพื้นเลยค่ะ  เนียนไม่เป็นเส้น ขนแน่นกำลังดีไม่แน่นเกิน ไม่หลวมเกิน การเคลื่อนตัวของขนแปรงเวลาที่เกลี่ยให้ความยืดหยุ่นกำลังดี ยิ่วใช้เทคนิคการลงรองพื้นแบบวนเป็นวงกลม ได้ผลลัพท์ที่ดีมากๆค่ะ ผิวเนียน รองพื้นกลืนไปกับผิวเลย 
ตัวถัดมาค่ะ แปรงด้ามไม้ Tart รูปทรงแปลกๆ แต่เขียนGel Liner ได้ดีนักแล ด้านที่หัวหัก เขียนได้ถึงInner Liner ขอบตาด้านในได้ถึงพริกถึงขึง เติมเต็มช่องว่าง ขนแปรงนุ่มไม่ระคายเคืองตา การเรียงของเส้นขนกำลังดี ไม่บาน ไม่รู้จะอธิบายยังไง คือสรุปว่าเขียนง่ายฉนัดมือ และขนแปรงไม่บาดตาค่ะ 

ตัวถัดมาเลย แปรงเขียนคิ้ว  Anastia แปรงหัวตัดปลายแแหลม เขียนคิ้วได้เส้นคมจริงจัง เพราะขนแปรงไม่บานไม่อ่อนปวกเปียก ตอนแรกก็ใช้  Mac แต่พอลองตัวนี้ รู้สึกว่างานดีกว่า ขนแปรงแน่นไม่บานเลย ได้เส้นคมจริง เขียนได้ทั้งผลิตภัณฑ์แบบฝุ่นและแบบครีม แถมแปรงมาปัดหัวคิ้วให้เรียงเส้น ต้องลองค่ะ 

แปรงตังสุดท้าย Mei Linda แปรงหัวแบนขนสังเคราะที่บางมากๆ จขกท ใช้ปาดคอนซีลเลอร์เก็บงานใต้ท้องคิ้ว ด้วยขนแปรงที่บางมากๆ ทำให้เก็บงานได้เนี๊ยบจริงๆ ไม่มีอะไรจะพูดมากสำหรับแปรงที่ราคาแค่ 50 บาท  ต่อให้ขาย500ก็ซื้อต่อค่ะ  ชอบจริงๆ 


ตัวสุดท้ายค่ะ  ตัวนี้อาจจะแปลกๆหน่อย เพราะได้เห็นสาวๆฝรั่งฮิต การมีปากที่อวบอิ่มกัน มันคือ  Fuller Lipsก็คือที่ดูดปากให้บวมนั่นเอง  ถามว่าจะทรมานสังขารตัวเองกันทำไม  ตอบคือมันคือความสนุกค่ะ  ดูดแล้วปากอวบอิ่มขึ้นทันตา พอทาลิปสติกเท่านั้นและ วิญาณ Kylie เข้าสิงเลยค่ะ  ทำปากจู๋ถ่ายรูป 



จบแล้วค่ะ สำหรัไอเท็มเด็ดของตัวเองที่ชอบปีที่แล้วและคิดว่าจะใช้ต่อภายในปีนี้แน่นอนค่ะ  

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ 

สวัสดีค่ะ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น