วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

มาดูแลตัวเองกันเถอะ



สวัสดีค่ะสาวๆ 

ขอเกริ่นไว้ก่อนเลยนะคะ  พี่ออยไม่ใช่ผู้รู้ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และไม่ใช่คนรูปร่าง Perfect ที่สุด แต่ที่เขียนวันนี้ แค่อยากเก็บไว้อ่านเอง เป็นแรงฮึด ควรปฏิบัติ ทางด้านอาหารการกิน และการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพของตัวเองค่ะ 
หากมีอะไรผิดพลาดทางโภชนาการ ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยนะคะ 



 วันนี้อยากเขียนบล็อกรวบรวมกำลังใจและแรงฮึดสำหรับตัวเองเก็บไว้อ่านด้วย เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง ทั้งด้านอาหาร และการออกกำลังกาย 

พออายุก้าวข้ามเลข 3 มา ก็รู้สึกตัวได้ทันทีว่า อะไรหลายๆอย่างในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป จากเมื่อก่อนที่กินได้ตามใจปาก กินเท่าไหร่หน้าท้องก็ยังบาง ตัวบาง  แต่มาถึงวันนี้ กินเท่าไหร่ก็ลงที่พุง ลงที่ต้นขา และช่วงไหล่ที่ดูหนาตันขึ้นอีกด้วย  

เคยใช้วิธีผิดๆในการลดน้ำหนักแบบหักโหม โดยการลดปริมาณอาหารที่รับประทาน และออกกำลังกายอย่างเหน็ดเหนื่อย สุดท้ายแล้วทำให้ตัวเองรู้สึกหิวโหย หมดเรี่ยวแรง และยิ่งเป็นการลงแดง อยากกินอาหารมากขึ้น จนมาถึงวันที่สุดทน กินอาหารแบบบ้าคลั่ง ภายในอาทิตย์เดียวร่างกายก็กลับมาพองมากกว่าเดิมเสียอีก  
** รูปประกอบ ตอนที่ลดน้ำหนักแบบผิดวิธี ตอนนั้นน้ำหนัก 41 กก หิวโหย หมดเรี่ยวแรงสุดๆ ***

นับว่าการพยายามลดน้ำหนักครั้งนั้นเป็นการทำผิดทั้งต่อร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก   จึงตั้งใจว่านับต่อนี้ไปจะไม่ลดปริมาณอาหาร  แต่งดของหวานและของมัน และอาหารรสชาติเค็มจัด ออกซะบ้าง 
แต่จะไม่ทรมานจิตใจจนถึงขั้นไม่แตะเลย กลัวจะเป็นการลงแดงแบบรอบที่แล้ว เกิดความหิวโหยจนบ้าคลั่งอีก  

มาเริ่มกันจากอาหารการกินค่ะ  


ต้องขอบอกก่อนว่าปกติแล้วพี่ไม่ชอบอาหารฝรั่ง หรือพวก ขนมปัง หรือ เบเกอรี่ มีทานบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่มาก และไม่เคยฝันถึง  แต่พี่จะเน้นหนักเรื่องข้าว คือกินข้าวเยอะมาก  กินในปริมาณที่มากกว่าผู้ชายกินซะอีก  รวมถึงขนมหวานที่เป็นขนมไทย หยดย้อย ทองหยิบทองหยอด พวกกะทิแกงบวช รวมถึงถึงอาหารรสจัด ที่เค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด ผงชูรสจัด ของทอดมันเยิ้ม หรือพวกของดิบทั้งหลายแหล่ กุ้งดิบ ปลาดิบ ปูดิบ ซึ่งของแบบนี้เราก็รู้ๆกันดีว่า ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อสุขภาพเท่าไหร่  ไม่ได้หมายความว่ากินไม่ได้เลย
เราเกิดมาเป็นคนไทย แน่นอนขาดของแซ่บไม่ได้  แต่เชื่อพี่เถอะค่ะ  พยายามลดความจัดจ้านของรสชาติในอาหาร มันดีต่อสุขภาพเราจริงๆนะ   พอเราลดความจัดจ้านของอาหารลงวันละนิด วันละหน่อย สุดท้ายแล้วเราก็จะชินกับรสชาตินั้นๆไปเอง  ไม่ได้กลายเป็นโหยหา โหยหวน แบบการลดอาหารแบบผิดวิธีค่ะ

เข้าเรื่องค่ะ  เริ่มต้นจาก พี่ออยปรับเปลี่ยนการทานอาหาร คือหันมาปรุงอาหารทานเองส่วนใหญ่
มื้อเช้า บางวันก็ทานข้าวโอ๊ต ใส่นมพร่องมันเนย และ ผลไม้ตามฤดูกาล ส่วนใหญ่จะเป็นกล้วย  และ ทานมะละกอ ตบท้าย (ผลไม้ปรับเปลี่ยนไปตามวัน แล้วแต่จะหาได้
หรือพวกน้ำผักผลไม้
บางวันก็ทานข้าวต้มค่ะ  บางวันก็ข้าวสวยแกงจืด แบบทำเองไม่ใส่ชูรส ไม่ได้เคร่งเครียดมาก แล้วแต่ความอยาก
ช่วงเช้าไม่ได้หิวมาก  แต่จำเป็นต้องทาน เพราะอาหารเช้าสำคัญ   ดื่มน้ำสะอาดตามเยอะๆ ลดๆและพวกโอวัลติล ครีมเนย นมข้น ชาเขียวทั้งหลายแหล่  ลืมไปเลยได้ก็ดีค่ะ

**ยืมรูปมาจาก Google ค่ะ  จริงๆแล้วก็กินแบบนี้เป๊ะเลย****



อาหารเที่ยง ก็เป็นข้าวสวย และ แกง ส่วนใหญ่จะเป็นแกงส้ม รสชาติแบบภาคใต้ ที่ถูกปาก ทานกับผักเยอะๆ  ไข่ต้ม  ไข่ตุ๋น ปลาทูนาบ กระทะ แบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน   มีแกงเลียงบ้าง แกงเห็ด สารพัดอาหารพื้นบ้านที่ใส่ผักสมุนไพรเยอะๆ พี่ก็ทำทานเองได้หมด
บางวันก็น้ำพริก  ที่สำคัญคือเน้นผักเยอะๆ  กินผักจนอิ่ม
อาหารพื้นบ้านของไทยแต่ละภาค เลือกรับประทานและเอามาปรับเปลี่ยน ลดความจัดจ้านลงนิด ลงมันลงหน่อย มันก็ไม่ได้ทำให้การควบคุมอาหารของเราโหดร้ายเกินไปนัก

บางวันก็ทานอาหารญี่ปุ่นเป็นมื้อเที่ยงค่ะ  พวก ปลาต่างๆ


**ยืมรูปมาอีกแล้ว เพราะตอนกินก็จ้วงกินเลย ไม่เคยคิดจะถ่าย**

มาถึงมื้อเย็นค่ะ  มื้อนี้โหดร้ายที่สุด  หากอดมื้อเช้าและเที่ยงมา แล้วหวังจะมากินแค่สลัดตอนเย็นละก็  หึ เตรียมตัวนอนฟังเสียงกลองในท้องได้เลยค่ะ   ท้องร้องทรมานสุดๆ 

มื้อเย็นพี่ก็ทานค่ะ เนื่องจากเรากินมื้อเช้าและเที่ยงมาแล้ว ช่วงเย็นจึงไม่ได้หิวโหยจนแทบทนไม่ได้  จึงเลือกทานพวกสลัด ใส่ผักผลไม้ที่ชอบ ใส่อกไก่ต้มฉีกลงไป  หรือปลาทูน่า 
บางวันก็ทานปลานึ่ง ผักสด ผักนึ่ง สารพัดจะทำทาน แล้วแต่ความอยาก 
แล้วก็ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ  น้ำผักผลไม้ ปั่นเองได้ยิ่งดีค่ะ  ทานโยเกิร์ต รสธรรมชาติ เพื่อช่วยเรื่องการขับถ่าย  มีอีกหลายหลายอย่างที่เลือกทานได้โดยไม่ทรมานตัวเอง  ที่ติดเป็นนิสัยเลยก็คือการดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ และกินผลไม้เป็นนิสัย ไม่ใช่ทุเรียนนะคะ กินพวกมะละกอ กล้วย ส้ม อะไรก็แล้วแต่ที่ชอบ ไม่หวานจัดเกินไปค่ะ  

*** รูปก็ยืมมาอย่างเช่นเคยค่ะ ***


นั่นก็เป็นตัวอย่างคร่าวๆในการปรับเปลี่ยนการกิน มาปรุงอาหารทานเอง และลดละพวกของทอดมันเยิ้ม หรืออาหารรสหวานจัด เค็มจัดลงไปบ้าง แต่ไม่ได้ทานทุกวันตามเมนูข้างต้นนะคะ เป็นแค่แนวทาง ว่าทาประมาณนี้ บางวันก็ปรับเปลี่ยนทานอย่างอื่น บางวันช่วงเย็นก็ ตำส้มตำกินเอง กินผักเยอะๆ  
ถึงจุดนี้ไม่ได้เครียดอะไรกับการกินเลย แถมมีความสุขด้วยซ้ำที่ได้ทำอาหารกินเอง อาจจะไม่ถูกหลักตามเทรนเนอร์ที่สอนในฟิตเนส แต่พี่ถือว่าทำเพื่อสุขภาพตัวเอง ไม่ได้รีบฟิตหุ่นเพื่อจะขึ้นเวที เลยขอทำตามความสะดวก และ กิจวัตรประจำวันของชีวิตสามารถอำนวย ที่สำคัญตอนนี้สุขภาพจิตดีมากๆ  

ถามว่าบางวันแอบกินของพวกชีส นม เนย น้ำหวาน บุฟเฟ่ท์ บ้างมั้ย ตอบว่า กินค่ะ  แต่ไม่มากเหมือนเมื่อก่อน  ค่อยๆลดทีละนิด ก็ทนได้ค่ะ  จากที่เคยติดชาเขียว โออิชิ แบบดื่มแทนน้ำเลย ตอนนี้ไม่คิดถึงเลยสักนิด  ดื่มน้ำเปล่าอย่างเดียว 


มาเริ่มออกกำลังกายกันค่ะ  
เริ่มจากตื่นตอนเช้า รอให้ร่างกายตื่นจริงๆก่อน แล้วดื่มน้ำสะอาด  1 แก้ว พอรู้สึกสดชื่นและตื่นแล้ว ไม่ได้ล้างหน้า แปรงฟัน ก็เริ่มวอร์มอัพ ร่างกาย ยืดเส้นยืดสาย ระหว่างนั้นก็เตรียมร่างกายด้วยการ ทาพวก  Cool Gel 
  Niche Cool gel ตัวนี้ทาง ดร. ณิชาปวีณ์  ณัฏฐศิริกุล ส่งตรงมาจากแลป มาให้พี่ใช้ตั้งแต่เดือน มีนาคม จนถึงวันนี้ พี่ก็ยังใช้ค่ะ  ชอบมากๆ 





จะเริ่มทาที่บริเวณช่วงเอว และหน้าท้องก่อน เพราะเริ่มต้นของการออกกำลังกาย คือการแกว่ง ฮุล่าฮุป  ไม่รู้ว่ามันจะช่วยให้เอวคอด หรือทำให้เครื่องในช้ำกันแน่ แต่ก็สนุกดี ทำเรื่อยๆก็ไม่มีอาการเจ็บใดๆ ก็ทำมาตลอดค่ะ แต่ไม่ได้หักโหม ทำไปเปิดเพลงที่ชอบฟังไปเพลินๆ สี่ห้าเพลง ร่างกายก็เริ่มอุ่น 
เลยละเลงNicha Cool gel ส่วนอื่นๆต่อ  เช่นต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง รอบเอวอีกรอบ กลิ่นหอมแบบผ่อนคลาย ผิวรู้สึกอุ่นๆ  ทำให้รู้สึกคึกฮึกเหิมในการออกกำลังกายสุดๆ  จึงเริ่มออกกำลังกายตามคลิปในยูทูป  

Cool Gel  ตัวนี้ให้กลิ่นอารมณ์แบบผ่อนคลาย  ตอนเต้นตามคลิปเหนื่อยๆ  แล้วสูดลมหายใจเข้าจมูก รู้สึกหายหงุดหงิด แบบมีแรงฮืดเต้นต่อจริงๆ 




**สำหรับข้อมูลสำคัญของเจลเย็นกระชับสัดส่วนณิชา**  

Nicha Body Cool Gel เป็นสูตรผสม 3 อย่างมารวมกันไว้ในขวดเดียว เจลเย็น, เจลร้อน และตัวบำรุงผิวเข้าด้วยกัน โดยเลือกสัดส่วนที่พอเหมาะ ใช้แล้วจะไม่ทรมานแสบร้อนจนเกินไป หลังจากทาเจล เจลจะแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ ซึมลงผิวง่ายมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่เป็นคราบ หลังจากทาจะรู้สึกเย็นที่ผิวและอุ่นข้างใน นอกจากช่วยในเรื่องกระชับและลดไขมันแล้วยังช่วยลดรอยแตกลายให้ตื้นขึ้นและสีสม่ำเสมอเท่าผิวข้างเคียง Firming Complex หลักๆจะมีสารสกัดจากใบไอวี่และโคล่า ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและกระตุ้นการสลายไขมันของเซลล์ไขมันบริเวณที่ทาและโดยรอบ กลิ่นมินต์จะเป็นกลิ่นที่ช่วยบำบัดโรคไมเกรนได้ดี ทาแล้วจะรู้สึกเหมือนอโรมาเธอราปี วิธีใช้ แรกๆที่ใช้อยากให้ใช้เปลืองสักนิดเพื่อวอร์มไขมัน กดลงเยอะๆ ทานวดตบให้ซึมหมดจนแห้ง จากนั้นปั้มเจลลงอีกรอบ นวดตบจนซึมแล้วใส่กางเกงรัดออกกำลังกาย *แนะนำให้ทำเช้าเย็นเพื่อเห็นผลชัดขึ้นใน 14 วันแรก *ในกรณีไม่ออกกำลังกาย หลังจากแห้งแล้วให้นวดตบต่อ 5 นาที *สามารถทาก่อนหรือหลังอาบน้ำก็ได้เพราะเจลซึมหมด แต่แนะนำก่อนออกกำลังกาย *และการทานวดเจลที่พุงจะกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตแล้วยังเป็นการกระตุ้นลำไส้ คนท้องผูกจะขับถ่ายง่ายขึ้น *ใช้ได้ทุกเพศที่อายุมากกว่า 12 ปี คนท้องไม่ควรทาพุงเพราะกล้ามเนื้อจะกระชับ คุณแม่หลังคลอดใช้ได้ และผลิตภัณฑ์เหมาะกับผิวกาย ควรทดสอบการแพ้ก่อนทาเพื่อลดเหนียง *ระยะเวลาในการเห็นผลแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นกับลักษณะไขมัน ถ้าเซลลูไลท์ก็จะนานหน่อย ระยะเวลาของการสะสมไขมัน ความหนาของชั้นไขมัน ปริมาณเจลที่ใช้และความขยันในการนวดตบ และการออกกำลังกาย
* ควรดื่มน้ำมากกว่าปกติเพื่อกระตุ้นการขับไขมันที่แตกตัวแล้วออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ*



VDO ใน Youtube ที่สามารถออกกำลังกายเองได้ที่บ้านที่พี่ทำเป็นประจำ 
 




















นี่เป็นสภาพปัจจุบัน คือถ่ายวันนี้เลย  10/8/2016 หลังทานข้าวเช้า แบบไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟัน 












นี้คือรูปร่าง ปัจจุบันค่ะ   ไม่ได้ผอมแห้งแบบไม่มีแรง ยังใช้วิตมีความสุขกับการกิน และการทำอาหาร 



อันนี้เป็นวีดีโอค่ะ  ให้ดูว่าตอนเคลื่อนไหว ยังดูเป็นคนรูปร่างปกติ ไม่ได้ Perfect แต่ก็ยังโอเคกับรูปร่างแค่นี้ในวัย 30 กว่าค่ะ

สุดท้ายนี้ ไม่อยากแนะนำให้สาวๆกินยาลดน้ำหนัก ประเภทที่ทำให้ไม่อยากอาหาร มันเป็นทางลัดที่ผิดวิธี ทั้งยังส่งผลอันตรายต่อตับ ไต  เห็นในข่าวบางท่านถึงขั้นหัวในวาย เสียชีวิตในที่สุดค่ะ   

ขอบคุณสาวๆที่เข้ามาอ่านนะคะ  หากใครมีความรู้ดีๆอยากแนะนำแบ่งปัน พี่ออยขอบคุณมากๆค่ะ




ฝากไว้เผื่อสาวๆสนใจ Nicha Cool gel ไว้ทาตอนออกกำลังกายนะคะ
ช่องทางติดต่อ  
บริษัท ดร.ณิชา จำกัด
FB : Dr.nicha Line : dr.nicha E-mail : drnichaofficial









ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น