วันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2560

ไปทำ Double Bright Laser Program ลดเลือนผิวหมองคล้ำ ที่ ธนพร คลีนิค มาค่าาาา


สวัสดีค่า อัพบล็อกวันนี้มารีวิวทรีทเม้นหน้าใสด้วยโปรแกรม Double Bright Laser ที ธนพรคลีนิค มาค่ะ 

Double Bright laser Program ตามชื่อเลยค่ะ เป็นคอร์สหน้าใส ด้วยการเลเซอร์ ที่ผสมผสานคุณสมบัติของเลเซอร์สองชนิด จัดการกับผิวหมองคล้ำ ฝ้ากระ ได้อย่างตรงจุด 

ที่พี่ออยเข้ารับการบริการคอร์สนี้ ไปทำทั้งมา 2 ครั้งด้วยกัน 

ครั้งที่แรกเป็นการทำ Advance Brightening Laser 
ห่างไปอีก 1  สัปดาห์ ไปทำ Dual Yellow Laser 



โปรแกรมพิเศษที่ช่วยเผยผิวหน้าให้ขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น  ผสานความลงตัวของนวัตกรรมเลเซอร์และทรีตเมนต์ในการรักษา ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ และความหมองคล้ำบนใบหน้าจางลง เลเซอร์ลดเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ ประสิทธิภาพการรักษาเหนือกว่า IPL ทุกชนิด ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ สลายเม็ดสีโดยใช้ Melanolytic Technique รูขุมขนเล็กลงและกระชับขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง 
โดยการใช้  Melanolytic  Technique เทคนิคเฉพาะธนพรคลินิก   ยิงเลเซอร์ไปที่เมลานินหรือเม็ดสีที่มีปัญหาโดยตรง  โดยไม่ทำร้ายผิวปกติ  เม็ดสีจะค่อยๆแตกตัวและละลายไป  รวมทั้งความร้อนของเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน  ริ้วรอยเล็กๆดูจางลง  หลังจากนั้นจึงใช้วิทยาการในการผลัดเซลล์ผิวด้วยอณูละอองวิตามินบำรุงผิวผสานออกซิเจนที่เล็กระดับไมครอน  ความเร็วสูงระดับเทอร์โบ 200 เมตรต่อวินาที  ช่วยเผยผิวกระจ่างใส มีชีวิตชีวากว่าเดิม

โบกมือลา จุดด่างดำ และความหมองคล้ำบนใบหน้า ประสิทธิภาพการรักษาเหนือกว่า IPL ทุกชนิด

   ลบเลือนจุดด่างดำ ฝ้า กระ 
   ความหมองคล้ำจางลง
   ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ 
   รูขุมขนเล็กลงและกระชับขึ้น
   สลายเม็ดสีโดยใช้ Melanolytic Technique   
   กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวแข็งแรง



พี่ออยเลือกเข้ารับการรักษาที่สาขาตะวันนาค่ะ  เพราะอยู่ใกล้บ้านเดินทางสะดวก 

บรรยากาศร้าน 


เดินเข้าไปพนักงานต้อนพูดคุยเอาใจใส่ เราแจ้งความประสงค์ว่าอยากทำอะไร มีปัญหาตรงไหน อยากแก้อะไร พนักงานก็ให้กรอกประวัติ แล้วก็รอเข้าพบคุณหมอ  รอไม่ถึง 10 นาที  ค่ะ 



เข้าพบคุณหมอ ให้คุณหมอตรวจดูสภาพผิว พูดคุยทำความเข้าใจถึงโปรแกรม Double Bright Laser อย่างข้อมูลข้างต้นค่ะ 


จากนั้นพนักงานก็พาเข้าห้องเพื่อไปทำความสะอาดผิวหน้า เช็ดล้างเพครื่องสำอางออก เตรียมผิวให้พร้อมค่ะ




ทำความสะอาดหน้าเสร็จ นี่คือผิวก่อนเข้ารับการรักษาค่ะ 

เมื่อผิวสะอาดแล้วก็นอนปิดตาเตรียม รอคุณหมอเข้ามาทำเลเซอร์ให้


คุณหมอยิงให้เป็นจุดๆ  ไม่มีอาการแสบร้อนใดๆค่ะ เหมือนแค่ลมอุ่นๆ


ใช้เวลาเลเซอร์ที่  10 นาที จากนั้นก็มาทำการมาร์กหน้า เพื่อให้ผิวเย็นลง 


ใช้เวลามาร์ก 10 นาทีค่ะ ตอนมาร์กนี้ดีมากกกก เย็นผิวรู้สึกผ่อนคลาย


เมื่อครบ 10 นาทีก็เอามาร์กออก  
และนี่ก็คือผลลัพท์ หน้าใสขึ้นเลย 


จบไปสำหรับครั้งแรก  พี่ออยเว้นระยะห่าง 1 สัปดาห์ ถึงจะไปทำทรีทเม้นตัวต่อไป 





 1 สัปดาห์ถัดมา ก็เข้าไปทำ Dual Yellow Laser 

เช่นเดิมค่ะ  เข้ามาถึงคลีนิคก็ทำความสะอาดผิวหน้า  แล้วคุณหมอก็เข้ามายิงเลเซอร์ที่ผิวหน้า แต่เลเซอร์ที่ยิงรอบนี้ ไม้เหมือนกับครังแรก คือไม่มีความรู้สึกอุ่นร้อน แต่มีความรู้สึกจั๊กกะจี้นิดๆ ไม่ได้แสบร้อนหรือเจ็บปวดแต่อย่างใดค่ะ 


 เมื่อเลเซอร์เสร็จ รอบนี้มีการมาร์กหน้าหลายขั้นตอนกว่ารอบแรก  เริ่มแรกจากการมาร์กด้วย กรดผลไม้ DHA  มันก็จะเย็นๆช่วย Cool down ให้ผิวหลังเลเซอร์



แล้วก็ต่อด้วยตัวเดิมนี้ค่ะ



เมื่อลอกมาร์กออก หน้าใสเลย


ยังค่ะ ยังไม่จบ  มีอีก

ลงวิตามินให้ผิว  ทั่วใบหน้า 




พร้อมใช้เครื่องผลักเข้าสู่ผิว พนักงานใช้เครื่องลูบวนอย่างเบามือเป็นเวลา 10 นาที 


เมื่อครบเวลา เช็ดวิตามินออก  พร้อมมาร์กต่อ  

ตัวนี้ใช้เวลามาร์ก 10 นาทีเช่นกันค่ะ 



และแล้วก็เสร็จเรียบร้อย 


คือเดินออกจากคลีนิคตัวเบาหวิวเลย หน้าใสมาก 



แน่นอนผลลัพท์เป็นที่พอใจอย่างที่สุด แต่ที่มากกว่านั้นคือการบริการ คือ คุณหมอ ให้คำปรึกษาดีมาก รวมถึงพนักงานน่ารักสุดๆ ให้ความช่วยเหลือ พูดเพราะ บอกทุกขั้นตอนระหว่างให้บริการ 

ทุกครั้งที่จบการรักษา ทางคลีนิคจะให้เราประเมินความพึงพอใจในทุกๆด้าน คือดีนะ เขาเอาใจใส่ลูกค้า  รับฟังความคิดเห็น ไม่แปลกใจ ทำไมพนักงานถึงได้บริการได้อย่างประทับใจ 





เทียบชัดๆ ก่อนและหลังทำค่ะ 
ให้คะแนนความพึงพอใจผลลัพท์ 10 เต็ม  10 เลยค่ะ ได้ขนาดนี้ไม่มีอะไรต้องหักลบ 
รวมถึงการให้บริการของทางคลีนิคเช่นกัน คือดูแลดีจนเราเกรงใจ ให้  10 10 10  ไปเลย รวมถึงการเดินทาง เพราะมีสาขาใกล้บ้าน 


ราคาโปรโมชั่นตอนนี้ คอร์ส 6 ครั้ง 21000 ลดลงจาก 36000 บาท  ได้ทำทุกขั้นตอนเหมือนพี่ออย แต่ได้ทำถึง 6 ครั้ง ในราคานี้ คือคุ้มมากกกกก




พอผิวหน้าใสก็มีกำลังใจในการแต่งหน้า แต่งหน้าง่ายขึ้น ไม่ต้องโบกหนักๆ ลงเมคอัพเบาๆ ก็กลมกลืนกับผิวดี ไม่หลุดร่อน หรือตกร่องระหว่างวัน 


หวังว่ารีวิวนี้คงมีประโยชน์กับสาวๆที่กดเข้ามาอ่านนะคะ 
อยากหน้าใสก็เดินเข้าไปสอบถามที่ ธนพร คลีนิค สาขาใกล้บ้านได้เลยค่ะ  


ไว้เจอกันใหม่นะคะ 

จุ๊บุ xoxo

วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

รีวิวฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มร่องแก้ม และใต้ตากับ Doctorlife Clinic

สวัสดีค่าาาา อัพบล็อกวันนี้จะมาเล่าประสบการณ์ การฉีดฟิลเลอร์เติมเต็มร่องแก้ม และใต้ตา ที่ Doctorlife Clinic ค่ะ  


พี่ออยไปฉีดสาขา ดิ เอ็มควอเทียร์ ฉีดกับคุณหมอ หนอยแน่ 
ก่อนจะไปดูการฉีด มารู้จักกับ Filler กันก่อน 

ฟิลเลอร์คืออะไร แล้วช่วยเรื่องริ้วรอยได้ยังไง ทุกคนสามารถฉีดได้หรือเปล่า 
ฟิลเลอร์ก็คือ สารเติมเต็มในกลุ่มไฮยาลูโรนิค แอซิด มีคุณสมบัติในการเติมเต็มริ้วรอย และร่องลึกให้ตื้นขึ้น เป็นสาร Hyaluronic Acid  ที่มีความคงตัวและความปลอดภัยสูง คือไม่ได้สกัดมาจากสัตว์ จึงเรียกอีกชื่อนึงว่า "NASHA" (non-Animal Stabilized Hyaluronic Acid)

ก่อนฉีดฟิลเลอร์ เราควรคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง 
ก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์เราควรงดยาและอาหารเสริมบางประเภท โดยเฉพาะยาในกลุ่มบรรเทาปวด NSAIDs เช่น Ibuprofen Aspirin เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวม หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ รวมถึงอาหารเสริมประเภท วิตามินอี แปะก๊วย น้ำมันตับปลา จะส่งผลให้แผลหายช้า 

การเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์แต่ละครั้ง ใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล 
หลังจากการฉีดสารฟิลเลอร์เข้าในตำแหน่งที่ต้องการแล้วจะเห็นการเปลี่ยนแปลงทันที ผลลัพธ์จะชัดเจนตั้งแต่วันที่ 5 ขึ้นไป  หากต้องการแต่งเติมตรงไหนก็สามารถทำเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้โดยผลลัพธ์จะอยู่คงที่ประมาณ 1-2  ปี ขึ้นอยู่กับ ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ใช้ 

ผลการรักษาอยู่ได้นานแค่ไหน และระยะเวลาเท่าไหร่ถึงต้องฉีดซ้ำอีก
ฟิลเลอร์เป็นสาร Hyaluronic Acid โดยสารชนิดนี้ที่ฉีดเข้าไปนั้นสามารถย่อยสลายได้เองตามกระบวนการการทำงานของร่างกาย โดยผลลัพธ์การรักษานั้นจะอยู่ได้นาน 1-2 ปี 

ฟิลเลอร์มีหลักการทำงานอย่างไรถึงได้ช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยของ และปรับรูปหน้าของเราได้ 
ฟิลเลอร์ช่วยในการกักเก็บน้ำของชั้นใต้ผิวหนังที่ได้รับการแก้ไข เติมเต็มช่องว่างให้กับเซลล์ผิวหนัง หรือเพิ่มปริมาตรให้กับผิว ให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง กระชับ ผิวเรียบเสมอกัน ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ทำให้ใบหน้าดูเด็กลงรวมไปถึงการปรับรูปหน้า เติมเต็มรูปหน้าให้สมส่วนดูได้รูปยิ่งขึ้น และจะสลายได้เองตามธรรมชาติ 






และนี่ก็คือฟิลเลอร์ที่ออยใช้ฉีด มี 2 ตัวค่ะ 
ตัวแรกฉีดร่องแก้มใช้ Juvederm Ultra plus xc 





                                          บริเวณใต้ตาใช้ Juvederm Volbella ฉีดใต้ตา ตัวนี้จะมีความยืดหยุ่นเหมาะกับการฉีดบริเวณใต้ดวงตา เพราะจะมีความอ่อนนิ่ม ยิ้มแล้วตาไม่แข็ง ดูเป็นธรรมชาติค่ะ


เมื่อทางคุณหมอวิเคราะห์รูปหน้า และทราบถึงปัญหาที่ต้องแก้บนใบหน้า คุณหมอให้ความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ ข้อปฏิบัติต่างๆ แล้วก็เข้ามาในห้องทำความสะอาดใบหน้าค่ะ 


นี่คือใบหน้าหลังเช็ดรองพื้นออก จะเห็นร่องแก้มตั้งแต่ปีกจมูกลงมา ขนาดไม่ยิ้มยังเป็นร่องลึก 
แก้มย้อยแบบนี้แหละค่ะ ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ 



จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็มานวดยาชาค่ะ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที รู้สึกชาไปทั่วใบหน้าเลยค่ะ 



เมื่อถึงเวลาฉีดจริง คุณหมอใช้วิธีการฉีดโดยเข็มปลายทู่ ( Canula )เปิดผิวหนัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการฉีดเข้าเส้นเลือด และไม่ให้ผิวหนังมีรอยช้ำเขียว 
ฉีดจริงไม่เจ็บค่ะ เหมือนเราบีบสิว บวกกับยาชาที่นวดก่อนหน้านี้ แล้วตอนที่ฉีดตัวฟิลเลอร์เองก็มียาชาผสม ฉีดแล้วรู้สึกสบายค่ะ ไม่ได้หวาดเสียวหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด 

เมื่อฉีดเสร็จ คุณหมอใช้ก้านสำลีหัวใหญ่กดเบาๆ เพื่อเป็นการจัดทรงให้ฟิลเลอร์เข้าสู่จุดบกพร่องของใบหน้าที่ต้องการแก้ไข 



ฉีดครั้งแรกค่ะ เห็นผลได้ทันที แต่ตอนนั้นใบหน้ายังรู้สึกชาเลยเห็นไม่ชัดเจน บวกกับอาการบวมเข็ม 



ดูชัดๆ 




                                 ไม่รอช้าค่ะ คุณหมอฉีดอีกข้าง ณ ตำแหน่งเดียวกัน




และนี่ก็คือใบหน้าหลังฉีดเสร็จทันที 




อาการชาจะค่อยๆหายไปในครึ่งชั่วโมง กลับบ้านมาพักผ่อน ใช้ชีวิตได้ปกติ ไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ 
ไม่มีบาดแผล หรือแม้แต่รอยฟกช้ำ 

 ตื่นเช้ามาพบกับความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าอย่างชัดเจน ดูในรูปถ่ายอาจจะอธิบายไม่ได้เท่ากับรู้สึกได้เอง ร่องแก้มใต้ตาดูเติมเต็ม รู้สึกเหมือนผิวตัวเองย้อนวัยอีกครั้ง 


ดูรูปเปรียบเทียบก่อนฉีด และหลังฉีด1 สัปดาห์ 




รูปปัจจุบันค่ะ ร่องแก้มตั้งแต่ปีกจมูกลงมา ตื้นขึ้นแบบไม่อยากจะเชื่อ ใต้ตาดูเป็นคนหลับเต็มตื่นมากยิ่งขึ้น ดูสดใสมีชีวิตชีวา 



รู้สึกพอใจมากค่ะ ที่เข้ารับการรักษากับ Doctorlife Clinic  
ทั้งสถานบริการที่มีมาตรฐาน สะอาด และพนักงานอัธยาศัยและให้ความช่วยเหลือดีมากค่ะ  คุณหมอหนอยแน่ อธิบายอย่างละเอียด ให้ความรู้และข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ที่สำคัญที่สุด คือคุณหมอให้กำลังใจ พูดคุยเป็นกันเองทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กังวลหรือกลัวเลยค่ะ 

ท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทาง Doctorlife Clinic ที่ช่วยให้ออยมีความสุขขึ้นมาก คนรักสวยรักงามแบบออยได้เห็นตัวเองดูดีขึ้น ก็ดีใจกว่าถูกหวยจริงๆค่ะ 

หวังว่าบล็อกนี้คงมีประโยชน์สำหรับสาวๆที่ประสบปัญหาเดียวกันนะคะ 
ยินดีตอบคำถามทุกคนค่ะ 

จ๊วฟ xoxo


                                            

                            รีวิวฉีดฟิลเลอร์ เติมเต็มร่องแก้มและใต้ตากับ Doctor Life Clinic

วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560

Bioderma Sebium ทางเลือกใหม่แห่งการปรณนิบัติผิวสำหรับสาวผิวผสม-ผิวมัน

สวัสดีค่ะ วันก่อนไปงาน Bioderma ได้รับผลิตภัณฑ์เซ็ทนี้ติดมามือมาลองใช้ด้วย 
จริงๆกับผลิตภัณฑ์  Bioderma ไม่ต้องอธิบายอะไรให้เว่นเว้อ ทุกคนน่าจะทราบกันอยู้แล้วว่า เป็นผลิตภัณฑ์เวชสำอางอันดับหนึ่ง ที่ทั่วโลกไว้วางใจ 
จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้วที่เริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ เริ่มต้นจากฝากเพื่อนหิ้วน้ำวิเศษ  มาจากต่างประเทศ  น้ำวิเศษตัวนั้น ที่ได้ยกย่องให้เป็นน้ำวิเศษเพราะสามารถเช็ดล้างเครื่องสำอางได้ โดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำ คิดดู จะไม่ให้เรียกน้ำวิเศษได้ไง 

มาพักหลังๆ Bioderma ได้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เลยได้มีโอกาสนำเข้าItem อื่นๆมาให้สาวไทยได้ใช้บ้าง  
อย่างงานวันนี้จะมาพูดถึง Products ที่เพิ่งเปิดตัวไม่นานมานี้ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Sebium   มากับแพคเกจสีเขียวเกือบทั้งหมด 

ที่พี่ออยได้มา 4 ชิ้น เรียงจากซ้ายไปขวา ประกอบด้วย 
1 Photoderm ANK Mat SPF 30
2 Sebium H2O 
3 Sebium Gel Moussant 
4 Sebium pore refiner

ทั้ง 4 ตัวนี้เป็น Set ที่เหมาะกับสาวๆที่มีผิวผสม-ผิวมันค่ะ 
ขอพูดถึงตัวนี้ก่อนละกัน Sebium pore refiner
เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า สำหรับผิวผสมถึงผิวมัน รูขุมขุนกว้าง ตัวนี้เขาผลิตมาเฉพาะคนผิวมันเมือกโดยเฉพาะค่ะ   ดูได้จากเนื้อครีม เมื่อบีบออกจากหลอด ทาลงบนผิว จะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ทันที ไม่ต้องลูบไล้ให้เหนอะหนะ  เนื้อครีมบางเบา ซึมเข้าผิวได้เร็ว 



ไม่ทิ้งคราบหนาเตอะใดๆบนผิวเลย 

ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ดูกระจ่างใสขึ้น และเป็นเมคอัพเบสได้อย่างดีเลยค่ะ  


ลูบไล้เบาๆ ครีมก็ซึมเข้าสู่ผิว  ไม่ทิ้งคราบขาว รู้สึกได้ทันทีว่าผิวชุ่มชื่น ไม่แห้งตึง 
ผลิตภัณฑ์ตัวนี้ มี Agaric Adcid ช่วยกระชับรูขุมขนให้มีขนาดเล็กลง เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ปรับสภาพผิวหนังให้มีความเรียบเนียน รวมถึงมี Long -Lasting Mattifying Powders ช่วยควบคุมความมัน และลดการสะท้อนแวววาวของผิวหน้า ไม่ดูมันเมือก ผิวสดใสยาวนานตลอดวัน 
พี่ออยใช้ตัวนี้ตลอดทริปบาหลี แม้จะเจอกับอาการร้อนระอุในช่วงกลางวัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้ามันเมือก ไม่ไหลย้อย  ผิวก็ไม่เสียหลังกลับมาจากทะเล 



ต่อมาค่ะ  มาพูดถึงครีมกันแดด ซึ่งขาดไม่ได้กับการไปเที่ยวทะเล ต้องพกครีมกันแดด เพราะภัยร้ายจากรังสี  UV อาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า  สามารถทำร้ายผิวได้แม้กระทั้งชั้นลึกที่สุด ก่อความเสียหายต่อ คอลลาเจน และเซลล์  DNA ได้อย่างคาดไม่ถึง เมื่อผิวถูกทำลายแล้วก็ยากที่จะกลับมาเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดนะคะ 
 Photoderm ANK Mat SPF 30  ตัวนี้ก็เช่นกันค่ะ ผลิตภัณฑ์กันแดด เฉพาะสำหรับคนผิวผสม ถึงผิวมัน สามารถป้องกันสูงสุดได้ทั้ง UVA &UVB รวมทั้งช่วยควบคุมความมันบนใบหน้า ป้องกันการเกิดสิวอีกด้วย  


มาดูเนื้อกันชัดๆค่ะ  เป็นเนื้อครีมสีขาวขุ่น แต่เนื้อครีมไม่หนืดข้น ไม่เหนอะหนะ 
พอลูบไล้เบาๆครีมก็ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ไม่ทิ้งคราบขาว สามารถแต่งหน้าต่อได้เลย ไม่มีความหนา เหนอะหนะแต่อย่างใด 
สามารถใช้ได้ปริมาณเยอะตามที่ต้องการ  เหมาะมากสำหรับคนที่มีผิวมันและมีแนวโน้มการเเป็นสิวได้ง่าย หรือคนที่มีสิวอยู่แล้วเล็กน้อยถึงปานกลาง ใช้ตัวนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือมีสิวเพิ่มแต่อย่างใด 
ลูบเบาๆให้ทั่วผิวหน้าและลำคอ 



มาถึงตัวโด่งดังที่ใครๆก็รู้จัก ถ้าพูดถึง Bioderma สิ่งแรกที่ลอยมาในหัวเลยก็คือ ผลิตภัณฑ์เช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ซึ่งมันคือน้ำบริสุทธิ์ ที่สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดเครื่องสำอางออกได้อย่างหมดจด โดยไม่ต้องล้างน้ำซ้ำกันเลยที่เดียว 



แต่วันนี้จะพูดถึงในไลน์ของ  Sebuim H2O 
สำหรับ  Sebuim H2O 
เป็นอีกหนึ่งน้ำวิเศษที่เป็นสูตรสำหรับคนผิวผสม และผิวมัน โดยเฉพาะ สามารถเช็ดล้างเครื่องสำอางออกได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ทิ้งคราบหลงเหลือบนผิว และที่สำคัญไม่ทำให้ผิวแห้งจนเกินไป ซึ่งจะส่งผลต่อมไขมันยิ่งเร่งผลิตน้ำมันออกมาทดแทน   ปรับสมดุลความมันบนผิวหน้า ช่วยลดปัญหาสิว 




ตัวสุดท้ายค่ะ  Sebium Gel Moussant 
ท้ายสุดของวันหลังจากเช็ดล้างทำความสะอาดใบหน้าแล้ว ก่อนเข้านอนก็ต้องล้างหน้า สำหรับเจลทำความสะอาดผิวหน้าตัวนี้ก็เช่นกันค่ะ เหมาะสำหรับคนผิวผสมถึงผิวมัน เจลตัวนี้ช่วยทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกถึงรูขุมน ช่วยลดความมันบนใบหน้า และยังต่อต้านเชื่อแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว 
เนื้อเจลนิ่มละมุน ลูบไล้ลงบนผิวหน้าที่เปียกน้ำเบาๆ เป็นฟองอ่อนๆ  แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด  เนื้อเจลไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิว ไม่แสบตา และไม่แห้งตึง ไม่ดูดน้ำออกจากผิวจนแห้งเอี๊ยด  ผิวยังมีความชุ่มชื่นและคงความสมดุลของผิวไว้ได้ดีค่ะ  


ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Sebium จาก Bioderma สามารถหาซื้อได้ที่  Boots , Watson , Tsuraha , Eveandboy และตามร้านขายยาชั้นนำค่ะ 

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ 
หวังว่าบล็อกนี้เป็นประโยชน์สำหรับสาวๆผิวผสม ผิวมัน เป็นอีกทางเลือกนึงในการสรรหาผลิตภัณฑ์มาปรนนิบัติผิว 

ไว้เจอใหม่ค่า 


xoxo